เบญจขันธ์ - ข้อมูลอ้างอิง

สมุนไพรเบญจขันธ์จากธรรมชาติ เบญจขันธ์ธรรมชาตินำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณท์ ชาเบญจขันธ์ ชาถุงเบญจขันธ์ ชาเม็ดเบญจขันธ์ เบญจขันธ์ธรรมชาติจากยอดดอยเชียงใหม่
หน้าแรก l เกี่ยวกับเบญจขันธ์ l ผลิตภัณฑ์เบญจขันธ์ l ชาเบญจขันธ์ l ชาถุงเบญจขันธ์ l ชาเม็ดเบญจขันธ์ l ชาเบญจขันธ์ที่ดี l รายละเอียดการสั่งซื้อ

 

 

เบญจขันธ์

เบญจขันธ์ คืออะไร
เบญจขันธ์งานวิจัยช่วยลดน้ำตาลในเลือด
งานวิจัยเบญจขันธ์ ช่วยต้านการอักเสบ
งานวิจัยเบญจขันธ์ช่วยป้องกันกันตับเกิดพิษ
งานวิจัยเบญจขันธ์ช่วยต้านอนุมูลอิสระ
งานวิจัยเบญจขันธ์ช่วยระงับความเจ็บปวด
งานวิจัยเบญจขันธ์ช่วยหัวใจและหลอดเลือด
งานวิจัยเบญจขันธ์ช่วยลดไขมันในเลือด
งานวิจัยเบญจขันธ์ช่วยต่อต้านเซลล์มะเร็ง
เบญจขันธ์คุณภาพที่ดี
เบญจขันธ์อ้างอิง

 
เบญจขันธ์มีอย

ปัญจขันธ์ สมุนไพรคุณภาพ

ปัญจขันธ์ สมุนไพรคุณภาพ

 

 

 

 


บญจขันธ์ สมุนไพรไทย
   ในท้องถิ่นต่าง ๆ ของประเทศไทย และ ของต่างประเทศ ปัญจขันธ์มีชื่อเรียก แตกต่างกันออกไปในประเทศไทย เรียก เบญจขันธ์ ปัจจขันธ์ เจียวกู้หลานอมาซาซูรู
ชื่อ สากล GYNOSTEMMA, PENTA TEA, Southern Ginseng
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ปัญจขันธ์
ปัญจขันธ์ เบญจขันธ์ (Gynostemma pentaphylum) ได้รับการ ยกย่าอง
ให้เป็นสุดยอดสมุนไพรแห่งชาติปี พ.ศ. 2548
    จากการรวบรวมรายงานการวิจัยตลอดจน เอกสารที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นงานวิจัย หรือ เอกสารวิชาการ ที่เกี่ยวข้องกับเจียวกู้หลาน ระหว่างปี พ.ศ. 2523 ถึง พ.ศ. 2550 พบว่ามีมากกว่า 1000 รายการ งานวิจัย ส่วนใหญ่จะเป็นงาน วิจัยเกี่ยวกับ สรรคุณ เคมี ความปลอดภัย ดังนั้นเบญจขันธ์จึงเป็นพืชที่น่าสนใจ ของหลาย ๆ สำนักการวิจัย ที่ต้องการนำคุณสมบัติ และ พฤกษเคมี ที่มีคุณค่า และความปลอดภัยต่อ มนุษย์ มาบำบัด และป้องกัน ยับยั้ง อาการเจ็บป่วย ซึ่งยาเคมีในปัจจุบัน ยังให้ผลข้างเคียงและตกค้างในร่างกายของมนุษย์
เบญจขันธ์นสายพันธุ์ของเรา เป็นสายพันธุ์ที่เราคัดเลือก
งานวิจัยของสถาบันวิจัยร่วมของสหพันธ์องค์กรนานาชาติหลายองค์กร ได้วิจัยและค้นคว้าสายพันธุ์ของเบญจขันธ์ที่ไห้สาร
ที่มีคุณสมบัติสมุนไพรมากที่สุด ผ่านกระบวนการแกล้งพืชโดยวิธีธรรมชาติ เพื่อให้เบญจขันธ์ผลิต
สารที่ปกป้องตัวของเเบญจขันธ์เอง และสารนี้เป็นหนึ่งในสารพฤกษเคมีที่มีประโยชน์ ต่อคน
คัดเอาเฉพาะส่วนที่มีคุณค่าสมุนไพร กล่าวคือ ร้านจำหน่าย ทั่วไปเก็บเกี่ยวเบญจขันธ์มา 10 กิโลกรัม
( 10,000 กรัม ) ส่วนใหญ่จะใช้เบญจขันธ์ที่เก็บเกี่ยวทั้งหมด แต่ เรา จะคัดเอาเฉพาะที่มีคุณสมบัติเท่านั้น เหลือเบญจขันธ์ประมาณ 0.8 กิโลกรัม ( 800 กรัม )
ที่เหลือ จะนำกลับไปเป็นปุ๋ยพืชสดให้ธรรมชาติต่อไป การคงคุณค่าของสรรพคุณสมุนไพรสูงเพื่อใด้นาน ในการแปรรูป เพื่อ ให้เป็นสมุนไพรที่สะอาดปราศจากสิ่งเจือปน
เป็นภูมิปัญญาชาว บ้านสามารถเก็บได้นาน โดยปราศจากสารกันเชื้อรา ผ่านกรรมโดยภูมิปัญญาชาว บ้านอีกครั้งทำให้ได้รสชาดหอมชุ่มคอ ขมคล้ายชาแต่ไม่มีคาเฟอีน
ปัญจขันธ์
สมุนไพร พื้นบ้าน ประกอบด้วยสารที่ให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายหลายชนิดเช่น สาร GYPENOSIDES ในปัญจขันธ์ เป็นสารที่มีโครงสร้างของส่วนประกอบคล้ายที่พบในโสม
มีมากว่าโสมถึง 27 เท่า เป็นสารที่ช่วยบำรุงร่างกาย เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเซลล์ ช่วยในการเพิ่ม ประสิทธิภาพต่อ การสั่งงานของสมอง ช่วยในการสร้าง SOD ตัวต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง
ปัญจขันธ์ Gynostemma pentaphyllum ( Thunb ) Makino
วงศ์ Cucurbitaceae เป็นพืชพื้นเมืองในภูมิภาคเขตร้อนและเขตอบอุ่นของเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และกระจายพันธุไปในเขตร้อนและเขตอบอุ่น ต่างๆ ของโลก
เจริญเติบโตไดดีในที่ชุ่มชื้น ทั้งที่โล่งแจ้ง และที่ร่ม ตั้งแต่ที่ราบต่ำจนถึงที่สูงจากระดับน้ำทะเล ให้ผลให้สรรพคุณคือ ลดน้ำตาลในเลือด ลดและต้านการอักเสบ
ป้องกันตับจากการเกิดพิษ ต้านอนุมูลอิสระ ให้ผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ลดระดับไขมันในเส้นเลือด ฤทธิ์ต่อต้านเซลมะเร็ง
ปัญจขันธ์ ( GYNOSTEMMA PENTAPHYLLUM )เป็นพืชเถาที่มีสรรพคุณ และมีประโยชน์ต่อร่างกาย ที่รู้จักของชาวจีน ตั้งแต่อดีตเป็นอย่างดี
ได้รับสมญานามว่า เซียนเถา ( XIANCAO ) แปลว่าสมุนไพรอมตะหรือ โสมใต้ ( Southern Ginseng ) และของ ญี่ปุ่น เรียกว่า อมาซาซูรู
มีคุณประโยชน์ที่พร้อมสรรทั้งในเชิงป้องกันและบำรุงร่างกาย จนได้รับ ความสนใจจาก นัก วิทยาศาสตร์ ในต่างประเทศในการค้นคว้าวิจัย ถึงสรรพคุณ ของปัญจขันธ์
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยจนได้การยกย่องให้เป็น สุดยอดของสมุนไพรแห่งชาติ ปี 2548 ให้ผลให้สรรพคุณในการลดน้ำตาลในเลือด
โรคเบาหวาน คือภาวะที่ร่างกายมีปริมาณน้ำตาล ในเลือดสูงเกินปกติ พบได้ในทุกเพศ ทุกวัย แต่คนที่มีความเสี่ยงมากที่สุดคือ คนที่ มีอายุมากาว่า 40 ปีขึ้นไป
และคนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ผู้ที่มีร่างกายอ้วน จะมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ได้มาก เบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ สาเหตุของโรค คือ
ตับอ่อน สร้างฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ ช่วยให้ร่างกาย เผาผลาญอาหาร ได้น้อยหรือไม่ได้เลย จึงทำให้ ร่างกายไม่สามารถ นำน้ำตาลไปใช้ได้ จึงเกิดอาการ คั่งของน้ำตาล
ในกระแสโลหิต และในอวัยวะต่าง ๆ และจะถูกร่างกายขับทิ้ง ในรูปของของเสียโดยอวัยวะ ที่เรียกว่า ไต โรคเบาหวานแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ
ที่มีอาการสาเหตุ ความรุนแรง และการรักษาต่างกัน ได้ความว่า
เบาหวานชนิดพึ่งพา อินซูลิน เป็นชนิดที่พบได้น้อย แต่มีความรุนแรงสูงและอันตรายมาก มักพบในเด็กและคนที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปี และ อาจพบในคนสูงอายุได้บ้าง
โดยที่ตับอ่อนของผู้ที่เป็นเบาหวานประเภทนี้จะสร้าง หรือ ผลิต อินซูลินได้น้อยหรือ ไม่ได้เลยเชื่อว่าเกิด จากร่างกาย สร้างภูมิขึ้นมาต่อต้านและทำลายตับของตนเอง
จนไม่สามารถ สร้างอินซูลิน ได้เรียกว่า โรคภูมิแพ้ต่อตัวเอง ผู้ป่วยมีความจำเป็นต้องฉีด อินซูลินเข้าไปทดแทน ในร่างกาย ตามที่แพทย์สั่ง ทุกวัน จึงจะสามารถ
เผาผลาญน้ำตาลได้ตามปกติ มิฉะนั้น ร่างกายจะเผาผลาญไขมันจนทำให้ผอมอย่างรวดเร็ว และถ้าเป็นรุนแรง จะมีการคั่งของสาร คีโตน ซึ่งเป็นของเสีย
ที่เกิดจากการเผาผลาญไขมัน สารนี้มีพิษต่อระบบประสาท ทำให้ผู้ป่วยหมดสติถึงตายได้
เบาหวานชนิดไม่พึ่งพา อินซูลิน เป็นชนิดที่พบเป็นส่วนใหญ่ ในคนที่มีอายุมากกว่า 40 ปี ขึ้นไป เป็นโรคที่ซับซ้อน ซึ่งเชื่อว่าเกิดจากกรรมพันธุและสิ่งแวดล้อม
โดยทั่วไป ผู้ป่วยจะ มีภาวะการผิดปกติของกระบวนการเมตาบอริซึม และความบกพร่องในการ หลั่งสารอินซูลิน เมื่อถูก กระตุ้นด้วย กลูโคส ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดเบาหวาน
เมื่อเกิดภาวะร่างกาย ไม่ตอบสนอง ต่อ อินซูลิน ขึ้นร่างกายก็จะพยายามปรับ ตัวเองเพื่อให้ระดับ น้ำตาลในเลือด อยู่ในสภาวะปกติ โดยเพิ่มการหลั่ง อินซูลินจาก
ส่วนประกอบของ ดับอ่อนที่เรียกว่า B -cell ทำให้เกิด ภาวะ อินซูลินในเลือดสูง ในขณะเดียวกัน ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเองก็ยังเป็นสาเหตุของ ทำให้เกิด โรคแทรกซ้อนขึ้น
การควบคุมภาวะน้ำตาลในเลือดสูงทำได้โดยต้องควบคุมอาหาร และออกกำลังกาย รวมทั้งยารักษาเบาหวาน แต่ก็ยัง มีข้อจำกัด เกิดอาการไม่พึงประสงค์
สถาบันวิจัย สมุนไพร กรทวิทยาศาสตร์ การแพทย์ กระทรวงสาธารณะสุข ได้ทำการศึกษา ปัญจขันธ์ ลดฤทธิน้ำตาล ด้วยสารสกัดจาก ปัญจขันธ์ พบว่าสามารถลดได้ในห้องทดลอง
จากรายงานของ Poomecome W ( อ้างอิง Poomecome W Hypoglycemic activity of Extract From Gynostemma Pentaphyllum Makino. [ Thesis ]
Faculty of Graduate Studies, ChiangMai University 1999 ) ได้รายงานสรุปรวมความว่า
สรรพคุณที่มีอยู่ใน ปัญจขันธ์ จะทำกระตุ้นให้ตับอ่อนหลั่งสารอินซูลิน และยับยั้ง การดูดซึมกลูโคส ในทางเดินอาหาร จากรายงานการศึกษา
ข้างต้นแสดงให้เห็นว่า ปัญจขันธ์ จะกระตุ้น การหลั่ง อินซูลิน และยับยั้งการดูดซึมกลูโคสในทางเดินอาหาร ให้ผลให้สรรพคุณในการต้านการอักเสบ
MR. LIM และ คณะ ( อ้างอิง LIM JM, Lin CC, Chiu HF, Jang JJ, Lee SG. Evalution of anti-inflammatory and liver protect effects of
Anoectochilus formosanus, Ganoderma lucidum and Gynostemma pentaphyllum in rats. Am J Chin Med 1993; 21 (1) : 59-69 )
ได้ทำการทดลองนำ ปัญจขันธ์ แห้งไปสกัด ด้วยน้ำ จากนั้น นำน้ำสกัดไปทดสอบฤทธิ์ต้านอักเสบในหนูขาว พบว่าสามารถต้าน การอักเสบ ลดการบวมของอุ้งเท้าหนูได้
คณะผู้วิจัยของสถาบันสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้สกัดสารจากปัญจขันธ์ เช่นกัน และก็ได้ผล คือ สารสกัดจากเจียวกู้หลานสามารถ ลดการอักเสบ ได้
( อ้างอิง สถาบันวิจัย สมุนไพร กรทวิทยาศาสตร์ การแพทย์ กระทรวงสาธารณะสุข ISBN 974-7549-68-3 หน้า 21 )
ปัญจขันธ์ ให้ผลให้สรรพคุณในการป้องกันตับจากการเกิดสารพิษ
จากรายงานการศึกษาฤทธิ์ ของปัญจขันธ์ ในการป้องกันตับจากการเกิดสารพิษ พบว่า การให้สารสกัดด้วยน้ำ ของส่วนเหนือดิน ของปัญจขันธ์ ขนาก 1 กรัม / กิโลกรัม
( คิดตามน้ำหนัก ปัญจขันธ์ ที่นำมาสกัด )แก่หนูขาวโดยฉีดเข้าทางช่องท้อง สามารถป้องกันตับ จากการเกิดสารพิษจาก CCI โดยหนูขาว ที่ได้รับสารสกัด
จะมีปริมาณการเพิ่มของ เอ็มไซม์ และ การเกิดพยาธิ สภาพที่ตับน้อยกว่า กลุ่มที่ไม่ได้รับสารสกัด
นอกจากนั้น ยังมีรายงานว่า Gypenoside ซึ่งเป็น Saponins ที่สกัดแยกได้จากปัญจขันธ์ มีฤทธิ์ในการรักษา ภาวะการเกิดพิษเรื้อรังที่ตับที่ถูกเหนี่ยวนำโดย
CCI4 และลดการเกิด Fibrosis ด้วย โดยพบว่า Gypenoside จะลดการเพิ่ม ของ SGOT, SGPT activities ในหนูขาวในห้องทดลอง ซึ่งตับถูกทำลาย ด้วย
CCI4 เป็นเวลานานถึง 8 สัปดาห์ และยังทำให้ปริมาณ Collagen ลดลง 33 %
ปัญจขันธ์ ให้ผลให้สรรพคุณในการต้านอนุมูลอิสระ
Li L และคณะศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ของ Gypenosides ซึ่งจากการทดลองโดยใช้ phagocytes, liver microsomes และ vascular endothelial cells
พบว่าปัญจขันธ์ Gypenosides ทำ ให้ปริมาณ Superoxide-anion และ hydrogen peroxide ใน human neurophils ลดลง และลดขนาดของ chemiluminescent oxidative
burst ที่เกิดจาก zymosan ใน human monocytes และ murine macrophages gypenosides ยังสามารถยับยั้งการเกิด Lipid peroidation ของ liver microsome
และ vascular endothelial cells ที่เหนี่ยวนำด้วย Fe2+/cysteine, ascorbate/NADPH หรือ hydrogen peroxide นอกจากนั้นยังพบว่า gypenosides
สามารถป้องกัน biomembrane จากการเกิด oxidative injury โดยช่วยให้ membrane fluidity ของ microsome และ mitochondria ของตับที่ลดลงกลับดีขึ้น
เพิ่มประสิทธิภาพของ mitochondrial enzyme ใน vascular endothelial cells และลดการสูญเสีย intracellular lactate dehydrogenase ของเซลล์เหล่านี้
ปัญจขันธ์ ให้ผลให้สรรพคุณในการลดไขมันในเลือด โดยกรมวิชาการเกษตรในปี 2543 กรมวิชาการเกษตร ร่วมกับ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต
ได้ทำการวิจัยพบสารต้านอนุมูลอิสระ ถึง 3 ชนิด คือ
1. เควอซิติน ( Quercetin )
2. เคมเฟอรอล ( Kaempferol ) เป็นสารกลุ่ม ฟลาโวนอยส์ ( Flavonoids ) มีคุณสมบัติ
- ป้องกันการดูดซึมของน้ำตาลในลำไส้เล็ก
- ทำให้กระแสเลือดหมุนเวียนดี และหลอดเลือดแข็งแรง
- ยับยั้งการก่อสารมะเร็งเลือด มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่
- ลดอาการแพ้ ยืดอายุเม็ดเลือดขาว
3. โพลีฟีนอล ( Polyphenols ) มีฟทธิ์ป้องกัยอนุมูลอิสระ ลดความเครียด เนื่องมากจากความไม่สมดุลของร่างกาย ป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดแข็งตัว
ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอกเลือดหัวใจ มะเร็งลำไส้ และมะเร็งกระเพาะอาหาร
ลดคลอเรสเตอรอลปัญจขันธ์ ช่วยปรับลดระดับคลอเลสเตอรอลชนิด LDL กรดไขมันที่เสีย ที่ทำให้เกิดการอุดตันที่หลอดเลือดหัวใจ
จึงเท่ากับ ลดความเสี่ยงในการเกิดหัวใจวายเฉียบพลัน รักษาสมดุลให้กรดไขมัน ชนิด HDL กรดไขมันดี ทำให้เกิดการเผาผลาญไขมันได้ดี และลดกรดไขมันอิสระที่เกิดขึ้นเกิดจากการแปรสภาพของกรดไขมันเสีย
สมุนไพรปัญจขันธ์ ประเภทชงคล้ายชา ( ไม่รวมชา ) ไม่มีสารคาเฟอีน จึงไม่ทำให้ เรานอนไม่หลับ

ผลที่ได้จากงานวิจัยสารสกัดของปัญจขันธ์
สารสกัดของปัญจขันธ์ saponin ( crude saponin fraction ) มีฤทธิ์ลดความดันโลหิต และ อัตราการเต้น ของหัวใจของหนูขาว ที่สลับด้วย เพนโทบาบิบาล
และจากการที่พบว่าสาร atropine หรือ chlorphennilamine สามารถต้านฤทธิ์ ในการลดความดัน โลหิตและลดอัตราการเต้นของหัวใจของสารสกัดลดลง
ดังนั้นกลไกในการออกฤทธิ์จึงน่าจะเกี่ยวข้องกับ histaminic และ cholinergic mechanism
Tanner MA และคณะ ได้ศึกษาฤทธิ์ของปัญจขันธ์ ในการขยายหลอดเลือด และกลไกการออกฤทธิ์ พบว่า สารสกัด gypenosodes จากปัญจขันธ์ ขนาด 0.1-100 ไมโครกรัม ต่อ มิลลิลิตร
มีฤทธิ์ ในการขยายหลอดเลือด โคโรนารี
ในหลอดทดลอง และ พบว่า สารสกัด จากปัญจขันธ์ ทำให้การสร้าง nitric oxide ของเซลเพาะเลี้ยง bovine arotic endothelial เพิ่มขึ้นแบบ dose - dependent
โดยไม่ทำให้เกิดอันตราย ต่อเซลล์ จึงเห็นได้ว่า สารสกัดจากปัญจขันธ์ มีฤทธิ์โดยตรงต่อการหลั่งสาร notric oxide แต่ไม่มีผลต่อการสร้างสารกลุ่ม prostanoidให้ผลให้สรรพคุณในการลดไขมันในเลือด

ในปี 2543 กรมวิชาการเกษตร ร่วมกับ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต
ได้ทำการวิจัยปัญจขันธ์ พบสารต้านอนุมูลอิสระ ถึง 3 ชนิด คือ
1. เควอซิติน ( Quercetin )
2. เคมเฟอรอล ( Kaempferol ) เป็นสารกลุ่ม ฟลาโวนอยส์ ( Flavonoids ) มีคุณสมบัติ
- ป้องกันการดูดซึมของน้ำตาลในลำไส้เล็ก
- ทำให้กระแสเลือดหมุนเวียนดี และหลอดเลือดแข็งแรง
- ยับยั้งการก่อสารมะเร็งเลือด มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่
- ลดอาการแพ้ ยืดอายุเม็ดเลือดขาว
3. โพลีฟีนอล ( Polyphenols ) มีฟทธิ์ป้องกัยอนุมูลอิสระ ลดความเครียด เนื่องมากจากความไม่สมดุลของร่างกาย ป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดแข็งตัว
ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอกเลือดหัวใจ มะเร็งลำไส้ และมะเร็งกระเพาะอาหาร
ลดคลอเรสเตอรอลปัญจขันธ์ ช่วยปรับลดระดับคลอเลสเตอรอลชนิด LDL กรดไขมันที่เสีย ที่ทำให้เกิดการอุดตันที่หลอดเลือดหัวใจ จึงเท่ากับ
ลดความเสี่ยงในการเกิดหัวใจวายเฉียบพลัน รักษาสมดุลให้กรดไขมัน ชนิด HDL กรดไขมันดี ทำให้เกิดการเผาผลาญไขมันได้ดี และลดกรดไขมันอิสระที่เกิดขึ้นเกิดจากการแปรสภาพของกรดไขมันเสีย
สมุนไพรประเภทชงคล้ายชา ไม่มีสารคาเฟอีน จึงไม่ทำให้ เรานอนไม่หลับ

ผลที่ได้จากงานวิจัยสารสกัดของปัญจขันธ์
สารสกัดของปัญจขันธ์ saponin ( crude saponin fraction ) มีฤทธิ์ลดความดันโลหิต และ อัตราการเต้น ของหัวใจของหนูขาว ที่สลับด้วย
เพนโทบาบิบาล และจากการที่พบว่าสาร atropine หรือ chlorphennilamine สามารถต้านฤทธิ์ ในการลดความดัน โลหิตและลดอัตราการเต้นของหัวใจของสารสกัดลดลง
ดังนั้นกลไกในการออกฤทธิ์จึงน่าจะเกี่ยวข้องกับ histaminic และ cholinergic mechanism
Tanner MA และคณะ ได้ศึกษาฤทธิ์ของปัญจขันธ์ ในการขยายหลอดเลือด และกลไกการออกฤทธิ์ พบว่า สารสกัด gypenosodes จากเจียวกู้หลาน ขนาด 0.1-100 ไมโครกรัม ต่อ
มิลลิลิตร มีฤทธิ์ ในการขยายหลอดเลือด โคโรนารีในหลอดทดลอง และ พบว่า สารสกัด จากเจียวกู้หลาน ทำให้การสร้าง nitric oxide ของเซลเพาะเลี้ยง
bovine arotic endothelial เพิ่มขึ้นแบบ dose - dependent โดยไม่ทำให้เกิดอันตราย ต่อเซลล์ จึงเห็นได้ว่า สารสกัดจากเจียวกู้หลาน
มีฤทธิ์โดยตรงต่อการหลั่งสาร notric oxide แต่ไม่มีผลต่อการสร้างสารกลุ่ม prostanoid
ยกระดับสมุนไพรแทนยาแผนปัจจุบัน
วัน 06/02/04 เวลา 22:04:13 - หัวข้อ: สา'สุขกับสมุนไพรปัญจขันธ์
น.พ.สมทรง รักษ์เผ่า อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ในขณะนั้น เปิดเผยว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบสมุนไพรที่มีศักยภาพในการรักษาโรคสูง เหมาะต่อการพัฒนาไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และพาณิชย์ได้ดี
คือสมุนไพรปัญจขันธ์ หรือที่จีนเรียกว่า เจียวกู้หลาน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Gynostenuna pentaphyllum Makkino เป็นพืชล้มลุกชนิดเถา แพทย์ในญี่ปุ่น และ จีน ใช้เป็นยาต้านการอักเสบ แก้ไอ ซึ่งสารประเภท
gypenoside ในพืชดังกล่าว สามารถลดระดับไขมันในเลือด เสริมระบบภูมิคุ้มกันยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอก รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ต้านการอักเสบ แก้ปวด และยับยั้งการเกาะตัวของเกร็ดเลือดได้
ในประเทศไทยปัจจุบันมีการปลูกที่จังหวัดเชียงใหม่
น.พ.สมทรง กล่าวต่อว่า ทางสถาบันวิจัยสมุนไพรกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ดำเนินการศึกษา ฤทธิ์ของสารสกัดปัญจขันธ์ พบว่าตัวยาที่สกัดได้แสดงฤทธิ์ยับยั้ง เอนไซม์เอชไอวี ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่เชื้อเอชไอวีใช้ในการ
เพิ่มจำนวน และมีฤทธิ์เสริมภูมิคุ้มกันในหลอดทดลอง ได้ดีเมื่อทำการทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลัน และพิษเรื้อรังของสารสกัดจากปัญจขันธ์
ในสัตว์ทดลองพบว่ามีความปลอดภัยสูง นอกจากนี้ยังได้ทำการทดลองในอาสาสมัคร โดยการให้รับประทานสารสกัดในรูปของแคปซูลก็พบว่ามีความปลอดภัย จึงควรสนับสนุนการนำสมุนไพรนี้
มาใช้ประโยชน์ในระบบบริการสุขภาพเพื่อทดแทนยาแผนปัจจุบัน และเพื่อการส่งออก
ประโยชน์ในการดื่ม เจียวกู้หลาน เป็นประจำ
1. ลดคลอเรสเตอรอล จากผลงานวิจัยปัญจขันธ์ ของหลายสถาบัน ที่เชี่ยวชาญพบว่า
ปัญจขันธ์ ช่วยปรับลดระดับคลอเลสเตอรอล ที่ทำให้เกิดการอุดตันที่หลอดเลือดหัวใจ ลดความเสี่ยง ในการเกิดหัวใจวายเฉียบพลัน ช่วยทำให้เกิดกระบวนการการเผาผลาญไขมันได้ดี
จึงลดไขมันไม่ให้สะสมตามผนังหลอดเลือด เนื่องจากภายในตัวของ ชาเองมีใยธรรมชาติที่ละลายน้ำจึงดูดซับไขมัน แล้วขับถ่ายทิ้งไป
2. ปัญจขันธ์ ช่วยเรื่องสมดุลของความดันเลือดในร่างกาย ช่วยทำให้การทำงานของหัวใจมีประสิทธิภาพช่วยปรับการทำงานของหัวใจ ในสภาวะ ระดับความดันโลหิตต่ำ
ช่วยการขยายตัวของหลอดเลือด เมื่อร่างกายมีความดันโลหิตสูง ช่วยเพิ่มความสัมพันธ์ของการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ และการเต้นของหัวใจ รวมทั้งป้องกันการ เกาะตัวของเกล็ดเลือดด้วย
3. ปัญจขันธ์ ช่วยให้ ระบบการย่อยอาหารเป็นไปตามปกติ ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด การดื่มเจียวกู่หลานเป็นประจำ จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด เพิ่มการเผาผลาญของไขมันในร่างกาย มีผลให้ผู้ดื่ม
ปัญจขันธ์ ลดน้ำหนักลดน้ำหนักส่วนเกินไปในตัว
4. เมื่อระบบร่างกายทำงานเป็นปกติ สมองก็จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้ระดับฮอร์โมน ของร่างกายมีความสมดุล ร่างกายจึงกระปรี้กระเปร่า ผ่อนคลายความตึงเครียดของเส้นประสาท
จึงทำให้เรานอนหลับได้เป็นปกติ
5.ปัญจขันธ์ ช่วยชะลอความเสื่อมโทรมของเซลล์ในร่างกายของผู้ดื่ม มีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระ
ที่เกิดขึ้นได้ในร่างกายของเราทุกคน มีผลทำให้ การเกิดมะเร็งลดต่ำลง
6. การนำสมุนไพรนี้ มาใช้ประโยชน์ในระบบบริการสุขภาพของท่าน เมื่อไม่เจ็บป่วย จึงลดการใช้ยาแผนปัจจุบัน ช่วยชาติประหยัดเงินตราต่างประเทศ
ส่งเสริมการใช้สมุนไพร และเป็นการอนุรักษ์ ภูมิปัญญาพื้นบ้าน ซึ่งเป็นมรดกล้ำค่าของประเทศต่อไป

สมุนไพรปัญจขันธ์ ในประเทศจีน
ในปี 1977 มีคนจีนคนหนึ่งชื่อ ศิว์สื้อ หมิง เป็นเภสัชกรจบมหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ปักกิ่งเขาได้เข้าทำงานที่ สถาบันวิจัยพืชสมุนไพรนครอานดัง มณฑลส่านซี จนกระทั่งฤดูใบไม้ผลิปี 1982
เขาได้ลางานชั่วคราวเพื่อไปเยี่ยมบ้านที่อำเภอผิงลี่ระยะทางไกลประมาณ 50 กิโลเมตร ในช่วงที่เขาพักผ่อนที่บ้านก็ใช้เวลาเสาะแสวงหาสมุนไพรตัวใหม่ๆ ในอำเภอผิงลี่โดยไปพูดคุยกับชาวบ้าน
และหมอพื้นบ้าน เพื่อหาข้อมูลของสมุนไพร
เขาได้พบสมุนไพรตัวใหม่ชนิดหนึ่งที่ชาวบ้านเรียกว่า เสี่ยวโหม่จูเถิง
ซึ่งมีประสิทธิภาพในการรักษาชาวบ้านที่เป็นโรคไขมันสูงในเส้นเลือด และโรคความดันโลหิตสูงได้อย่างดี เขาดีใจมากที่ได้รับการยืนยันจากหมอพื้นบ้านและผู้ป่วยว่า สมุนไพรชนิดนี้ให้ผลการรักษาได้หลายโรคจริงๆ
และยังเป็นสมุนไพรที่เขาแสวงหามานานหลายสิบปี เมื่อเขากลับมาที่ห้องทำงานของสถาบันวิจัยของเขา เขาก็ได้นำสมุนไพรดังกล่าวไปศึกษาวิจัยทันทีตามตำราแผนโบราณจีนซึ่งสมุนไพรชนิดนี้เรียกว่า
เจียวกู้หลาน คนไทยเรียก ปัญจขันธ์ ซึ่งเริ่มแรกนั้น เจียวกู้หลาน หรือ ปัญจขันธ์ เป็นอาหารที่ชาวบ้านใช้รับประทานแก้หิวยามฤดูแล้ง และนอกจากนี้ยังได้มีการบันทึกไว้ในตำรายาจีนด้วยว่าใช้เป็นยาแก้ไอและแก้ร้อนในต่างๆ
ได้ดีอีกด้วย
หลากหลายชื่อปัญจขันธ์ - ปัญจขันธ์ - เจียวกู้หลาน - เจียวกูหลาน - เจียวกู่หลาน - เจียวกูหลัน
ปัญจขันธ์ มีชื่อจีนหลายชื่อ เช่น ซีเย่ตั่น จิ้วฮวงเปิ้นเฉา และหนงเจิ้งเฉลียนหวู ในเมืองไทยเคยมีการนำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน และจีน เข้ามาปลูกครั้งแรกในปี 2527 เรียกชื่อไทยว่า ชาเบญจขันธ์ ชาทิกวนอิม หรือ
ชาสตูล เพราะเคยนำมาปลูกที่จังหวัดสตูลได้ผลดีเป็นครั้งแรก ปัจจุบันมาการปลูกที่เชียงใหม่ เช่น ที่อุโมงค์ สวนพุทธธรรม เชียงใหม่ สันกำแพง และอีกหลายแห่งในประเทศไทย
ปัญจขันธ์ มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ gynostemma pentaphyllum เป็นพืชล้มลุก ชนิดเถา เลื่อนขนานกับพื้นดิน รากงอกออกจากข้อเป็นประเภทแตงน้ำเต้ามีใบ 3-5 ใบ ด้านบนและด้านใต้ใบมีขนอ่อนสีขาวปกคลุม
เป็นพืชขึ้นตามธรรมชาติ อีกทั้งต้นก็เจริญเติบโตง่าย เจริญงอกงามอยู่ตามเขาเฉินหลง และเขตมณฑลทางใต้ของแม่น้ำแยงซีเกียง โดยเฉพาะทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เจียวกู้หลานจึงถูกเรียกว่า โสมคนทางใต้
ในประเทศไทย ทางกระทรวงเกษตรได้นำปัญจขันธ์ มาเผยแพร่นานแล้วแต่อาจจะมีปัญหาเรื่องการรักษาพันธุ์ ซึ่งยังไม่ค่อยแพร่หลายนัก เพราะเป็นพืชล้มลุกและตายง่าย
ในฤดูฝนจะหยุดการเจริญเติบโต ในขณะที่ส่วนใต้ดินยังเจริญดีอยู่ อย่างไรก็ตามมีผู้สนใจ และปลูกปัญจขันธ์ เป็นบางแห่งเพื่อผลิตเป็นเครื่องดื่มมีรสแตกต่างกันบ้าง รสหวานบ้าง
รสขมบ้าง ในรูปของชาสมุนไพรเสริมสุขภาพออกจำหน่ายแล้ว ส่วน ที่นำมาใช้ คือ ส่วนเหนือดินของพืชที่มีอายุ 4-5 เดือนขึ้นไป และเก็บจากต้นมาใช้ ได้ 2-3 ครั้งต่อปี
นอกจากนี้องค์การเภสัชกรรมก็ได้มีกรศึกษาเบญจขันธ์ โดยการนำไปแพร่พันธุ์แบบเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและนำไปปลูกได้ดี นอกจากนี้ยังได้ศึกษาคุณสมบัติของส่วนประกอบสำคัญในด้านยา และเครื่องสำอางอยู่อีกด้วย
คุณสมบัติทางเภสัช และคลีนิก
พบว่าปัญจขันธ์ ป็นสมุนไพรที่มีความปลอดภัย และใช้รับประทานประจำได้ไม่ว่าจะใช้ทั้งต้น ใบ หรือจากการสกัด และสารสำคัญในปัญจขันธ์ ยังมีส่วนประกอบในการกระตุ้นประสาทไม่ให้เกิดความผิดปกติ
หรืออาการแพ้ใดๆ จากการทดลองพิสูจน์พบว่าปัญจขันธ์ ที่สกัดออกมานั้น สามารถลดไตรกรีเซอร์ไรด์ ในเลือดของสัตว์ทดลองที่มีไขมันสูงได้ และลดสารที่ได้จากปฏิกิริยาออกซิเดชั่น เช่น ลิเปอร์ออกไซด์ คอเรสเตอรอล
เพิ่มกำลังของหัวใจขาดเลือด ชะลอความชรา ยืดอายุของเซลล์และเพิ่มจำนวนอสุจิเป็นต้น กล่าวว่าเจียวกู้หลานมีสาร Ginsenosides คล้ายกับโสม และใช้เป็นยาบำรุงร่างกายมานานแล้ว สารสกัดจากปัญจขันธ์
จะเสริมสร้างการรวมตัวของโปรตีน และกรดในตับ เสริมสร้างเซลล์ไขกระดูก มีผลในการรักษาโรคในช่องอก และโรคโลหิตจาง บำรุงสมอง
มีผลเพิ่มพลังต้านสภาพโรคที่เลวร้ายได้ เป็น ยาที่ใช้ระงับประสาทเป็นอย่างดี ตามรายงานว่าปัญจขันธ์ รักษาผู้ป่วยโรคหลอดลมเรื้อรังมากกว่า 500 ราย ผลการรักษาอยู่ในอัตราส่วนร้อยละ 79 และ
ใช้รักษาโรคหลอดลมแข็งตัว ที่เป็นตัวทำให้เกิดความดันโลหิต ยังใช้รักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจอย่างน่าพอใจ และโรคปวดหลังและยังสามารถต้านโรคมะเร็ง และโรคกระเพาะเป็นแผลได้ ผลิตภัณฑ์เจียวกู้หลานภายในปี 1985 มีการผลิตยาและผลิตภัณฑ์เจียวกู้หลานที่ประเทศญี่ปุ่นซึ่งมีลิขสิทธิ์ประมาณ 8 ชนิด แสดงว่าเจียวกู้หลานมีสรรพคุณหลายด้าน ปัจจุบันในประเทศจีนได้เริ่มพัฒนาเจียวกู้หลานในรูปแบบชาชงดื่ม เช่น ชาจิ่วหลงกัน จากมณฑลฮกเกี้ยน ชาเวินเปา จากมณฑลกวางตุ้ง เจียวกู่หลานเข่าเล่อ ซีเย่ตันหนงเจี่ยง เป็นต้น คนจีนได้ทำการวิจัยยาประเภทบำรุงดองเหล้า เอี่ยนโซ่ว ที่ประกอบด้วยเจียวกู้หลาน ของโรงเหล้าหลงเอี๋ยนที่สินเจื่อและยาชง เจียวกู้หลานอีกด้วย
ในประเทศจีนโดยเฉพาะสถาบันสมุนไพรอานดัง และมหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ปักกิ่ง มีการวิจัยการใช้เจียวกู้หลานและศึกษาสรรพคุณในด้านเภสัชกรรมและด้านคลีนิคอย่างแพร่หลายพบว่า ปัญจขันธ์
มีสรรพคุณใช้บำรุงรางกายและรักษาโรคได้หลายด้าน ที่เด่นชัดคือ โรคเส้นเลือดใหญ่อุดตัน โรคความดันโลหิตสูง โรคความดันโลหิตต่ำ และรักษาโรคปวดหลังข้างเดียว
นอกจากนี้ยังมีผลในการช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่ายกายให้ดีขึ้น ระงับอาการทางประสาท ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น สดชื่น ลดความตื่นเต้น ชูกำลัง ต้านความอ่อนเพลีย ทำให้ชะลอความชรา
มีความรู้สึกกระชุ่มกระชวย และยังสามารถใช้ได้อย่างไม่ต้องเกิดความกังวลว่าจะเกิดผลข้างเคียง ซึ่งประเทศไทยก็มีการนำปัญจขันธ์ ไปทำเป็นลูกกลอน และชาชงดื่ม เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายแล้ว
นอกจากนี้ปัญจขันธ์ ยังมีสรรพคุณในการควบคุมเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งในช่องท้อง มะเร็งตับ มะเร็งทางเดินอาหาร มะเร็งสำไส้ มะเร็งถุงน้ำดี มะเร็งตับอ่อน มะเร็งปอด มะเร็งมดลูก มะเร็งเต้านม และอื่นๆ
รวมกว่า 20 ชนิด ความสามารถในการควบคุมการแพร่เจริญของเซลล์มะเร็ง แพทย์จีนมีความเชื่อว่าปัญจขันธ์ เป็นสมุนไพรสำคัญที่ใช้ในการป้องกันหรือรักษาโรคมะเร็ง และโรคเอดส์ได้ในอนาคต
ในปี 1987 กระทรวงสาธารณสุขของจีน ได้รับรองสมุนไพรเจียวกู้หลานอย่างเป็นทางการ ทำให้พืชสมุนไพรชนิดนี้มีบทบาทในด้านการส่งเสริมสุขภาพ และแพร่หลายมากยิ่งขึ้น
โดยมีการนำไปผสมกับตำรายาสมุนไพรอื่นๆ เช่น เครื่องดื่มชนิดต่างๆ เครื่อง สำอาง ตลอดจนบุหรี่บางชนิดอีกด้วยเจียวกู้หลานจึง ได้รับความนิยมทั่วในประเทศจีนและในแถบเอเชียรวมได้ขยายในยุโรปและอเมริกา ด้วย
สารประกอบสำคัญ
จากการวิจัยในประเทศญี่ปุ่น และจีนพบว่าเบญจขันธ์ -ปัญจขันธ์ มีสาระสำคัญอย่างยิ่งที่คล้ายสารที่พบในโสม และสารบางชนิดยังมีมากกว่าด้วยซ้ำไป ตัวอย่างสารประกอบเหล่านี้คือ
1 ไกลโคไซด์ในเบญจขันธ์ ( glycosides) ซึ่งมี dammarane skeleton 6 ตัว สูตรโครงสร้างคล้าย saponins ที่พบในรากโสม ( panaxginseng ) มากจึงทำให้เบญจขันธ์ - ปัญจขันธ์ มีรสชาติคล้ายโสม
2 ซาโปนินไกลโคไซด์ในเบญจขันธ์ ( saponinglycosides ) ที่สำคัญ คือgypenosides XVII ซึ่งพบได้ในโสม panax spp บางชนิดด้วย ซึ่งสารเหล่านี้ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในรูปของชาชงดื่มเมื่อชง
ครั้งแรกเกิดฟองอากาศได้ง่าย
3 ก้านและใบเบญจขันธ์ - ปัญจขันธ์ มีสาระสำคัญหลายชนิด ได้แก่กรดอินทรีย์ เช่น malonic acid และกลุ่มของสารพวกซาโปนิน มากกว่า ๕๐ ชนิด
4 สารสำคัญเบญจขันธ์ สามารถพบได้อีก ๖๐ ชนิด และมีที่สำคัญอยู่ 4 ชนิด ซึ่งเหมือนกับสารสำคัญที่มีอยู่ในโสม คือRB1, RB4, R1, F2 และสาร v-AH ซึ่งตรงกับสารในโสมคือ RG3 ถ้าใช้การหมักอย่างเหมาะ
สมจะได้สารสำคัญเหล่านี้ออกมาในปริมาณสูงกว่าโสม
5 แร่ธาตุเบญจขันธ์ ยังสามารถพบสารอาหาร กรดอินทรีย์ น้ำตาล กรดอมิโน และวิตามิน ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทั้งสิ้น

การออกฤทธิ์และกลไกทางชีวภาพของเบญจขันธ์
ในก้านและใบของสมุนไพรเบญจขันธ์ มีสาระสำคัญทางชีวภาพหลายชนิด ดังต่อไปนี้
1 สารปรับสภาพให้ปกติ ( adaptogens) คือ ซาโปนิน ( saponin ) และไกลโคไซด์ ( glycoside ) สารดังกล่าวสามารถเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในสัตว์ทดลองได้ชัดเจนมาก เช่น cyclophosphamid
ทำให้อวัยวะที่สร้างภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น เพิ่มสารทำสายฮีม (hemolysin ) เพิ่มจำนวนเซลล์ภูมิคุ้มกันประเภท naturalkiller cells หรือ NK cells ซึ่งมีหน้าที่ทำลายเซลล์มะเร็ง
และเซลล์แปลกปลอม และทำให้กลุ่มคนที่ดื่ม ชาหรือรับประทานเจียวกู้หลาน มีความแข็งแรงไม่อ่อนเพลียง่าย และทนต่อสภาวะการขาดออกซิเจน ( hypoxia)ได้ดี ในผู้ที่เป็นโรคหัวใจ นักกีฬาหรือผู้ที่ออกกำลังกาย
2 แอนติออกซิเดนท์ หรือสารต่อต้านออกซิเดนท์ คือ ซาโปนิน ชนิดgypenosideมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระจากสารพิษ สารเคมีจากภายนอกร่างกาย ช่วยการทำงานของ เมล็ดเลือดขาว ไมโคโซมของเซลล์ตับ
และเซลล์ที่เคลือบผนัง เมล็ดเลือดแดง ป้องกัน การทำลายของเยื่อหุ้มเซลล์ทั่วไป เพิ่มสภาวะของเหลว เพิ่มความแข็งตัวให้แก่เซลล์ และส่วนต่างๆภายในเซลล์ เช่น ไมโตคอนเดรียและไมโครโซมของเซลล์ตับ ต่อต้านออกซิเดชันของ LDL เพิ่ม HDL โรคที่เกิดจากผนังเส้นเลือดแข็งตัว โรคตับ และอาการอักเสบได้
3 สารคลายเครียด คือ ซาโปนิน มีฤทธิ์ต่อต้านการทำงานของระบบประสามส่วนกลาง
4 สารสกัดจากเบญจขันธ์ มีฤทธิ์ต่อต้านอักเสบ ในสัตว์ทดลองได้ดีกว่ายาเคมีที่ใช้ต่อต้านการอักเสบเช่น lndomethacin และยับยั้งการแกะตัวของเกล็ดเลือด
ซึ่งถูกกระตุ้นด้วยสารอนุพันธ์ของอะดีนิน และสารอื่น เร่งการแยกตัวออกจากกันของเกล็ดเลือดได้อย่างชัดเจน ทำเกิดการยับยั้งการอุดตันเส้นเลือดได้ และยังกระตุ้นการสร้างเมล็ดเลือดได้อีกด้วย
5 สารสกัดลดไตรกลีเซอร์ไรด์ และโคเรสเตอรอล ในเลือดของสัตว์ทดลองที่มีไขมันสูง เพิ่มไขมันชนิดดี ( HDL) ลดไขมันชนิดเลว ( LDL) ลดสารไลปิดเปอร์ออกไซด์ ที่ได้จากปฎิกิริยาออกซิเดชันของไขมัน
เช่น โคเลสเตอรอล ฟอสโพไลปิด กรดไขมันอิสระ ช่วยเพิ่มพละกำลังในการบีบตัวของกล้ามเนื้อ หัวใจที่ขาดเลือด ชะลอความชรา ช่วยยืดอายุของเซลล์และเพิ่มจำนวนเชื้ออสุจิในผู้ชายได้
6 ป้องกันฤทธิ์ทางชีวภาพของรังสีแกมม่า ในการทำลายเม็ดเลือดขาว ทำลายระบบภูมิคุ้มกันในการสร้างสารภูมิคุ้มกันหรือสารแอนติบอดี และการทำงานของเซลล์ในม้าม ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น
จึงสามารถนำมาช่วยบำบัดในผู้ติดเชื้อ HIV หรือโรคเอดส์ได้
7 ใช้เป็นอาหาร ในอดีตชาวจีนใช้เป็นอาหารแก้หิวยามแล้ง บำรุงร่างกาย ช่วยทำให้นอนหลับสบาย ลดความตื่นเต้น ชะลอความชรา และรักษาโรคหลายด้าน ที่เด่นชัดคือ โรคที่เส้นเลือดใหญ่อุดตัน
โรคความดันโลหิตสูง ความตันโลหิตต่ำ โรคปวดหัวข้างเดียว
8 สรรพคุณเบญจขันธ์ ในตำราจีน สารสกัดเจียวกู้หลานจะเสริมสร้างการรวมตัวของโปรตีนและกรดในตับ เสริมสร้างเซลล์กระดูก มีผลต่อการรักษาโรคในช่องอกและโรคโลหิตจาง
โรคหลอดลมเรื้อรังและโรคหลอดเลือดแข็งตัว ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคความดันโลหิต โรคไขมันสูงในเลือด โรคหัวใจ บำรุงสมอง ระงับประสาท แก้ไอ แก้ร้อนในต่างๆ
9 ต่อต้านมะเร็ง เบญจขันธ์ สามารถต้านโรคมะเร็งในเยื่อบุผิวของหลอดอาหาร และป้องกันโรคแผลในกระเพาะอาหาร ควบคุมการเจริญของเซลล์มะเร็งในช่องท้อง ตับ ทางเดินอาหาร กระเพาะอาหาร
สำไส้ ถุงน้ำดี ตับอ่อน ปอด มดลูก เต้านม และอื่นๆ รวมกว่า 20 ชนิด จากความสามารถนี้ แพทย์จีนจึงมีความเชื่อว่า เจียวกู้หลานอาจนำมาใช้ในการป้องกันหรือรักษามะเร็ง และโรคเอดส์ได้ในอนาคต
10 คุณสมบัติเบญจขันธ์ เทียบเท่าโสม เบญจขันธ์ ไม่เพียงมีคุณสมบัติเทียบเท่าโสม แต่มีความปลอดภัยสามารถใช้ได้บ่อยและปริมาณมากกว่าโสม
โดยไม่มีผลข้างเคียง ใช้รับประทานได้เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของต้น ใบ หรือสารกัด นอกจากใช้เป็นอาหารและยาแล้ว ยังมีการนำเจียวกู้หลานมาเป็นเครื่องสำอางสำหรับผมและผิวด้วย
ปัญจขันธ์ สมุนไพรคุณภาพ

เบญจขันธ์
รายละเอียดการสั่งซื้อ ปัญจขันธ์ สมุนไพรคุณภาพ

เบญจขันธ์
สมุนไพรเบญจขันธ์จากธรรมชาติ เบญจขันธ์ธรรมชาตินำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณท์ ชาเบญจขันธ์ ชาถุงเบญจขันธ์ ชาเม็ดเบญจขันธ์ เบญจขันธ์ธรรมชาติจากยอดดอยเชียงใหม่
 ชาเบญจขันธ์
ปัญจขันธ์ สมุนไพรคุณภาพ
ชาถุงเบญจขันธ์
ปัญจขันธ์ สมุนไพรคุณภาพ
ชาเม็ดเบญจขันธ์
ปัญจขันธ์ สมุนไพรคุณภาพ
เบญจขันธ์
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 
 

ผลิตและจัดจำหน่ายโดยโดย เจียวกู้หลานฟอร์ยู เชียงใหม่
 99/62 หมู่ 12 ตำบล สันนาเม็ง อำเภอ สันทราย จังหวัด เชียงใหม่ ประเทศไทย 50210
โทรศัพท์: 081 6032249 081 5959551 Fax: 053 398767  E-mail :
guide2544@yahoo.com  pirote2000@hotmail.com
เจียวกู้หลานสมุนไพรไทยคุณภาพจากเชียงใหม่ -  Free counter and web stats Counter code appears to be damaged (error 1). Please insert an unmodified copy web analyticswww.Stats.in.th-สมุนไพร เจียวกู้หลาน , เจียวกูหลาน, เจียวกู่หลาน, เจียวกู, เจียวกูหลัน, เบญจขันธ์ , ปัญจขันธ์, Jiaogulan,JIAOGULAN - เจียวกู้หลานสมุนไพรไทยคุณภาพจากเชียงใหม่